Last updated: 17 เม.ย 2568 | 1304 จำนวนผู้เข้าชม |
ในยุคนี้ด้วยความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี และสถานการณ์ต่างๆที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้การเรียนออนไลน์กลายมาเป็นเรื่องใกล้ตัว และจำเป็นมากกว่าแค่ทางเลือกอีกต่อไป
ข้อดีของการเรียนออนไลน์ หลักๆคือ ความยืดหยุ่นในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การที่สามารถเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา ที่ต้องการ
ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางเพื่อไปเรียนในห้องเรียน
และช่วยให้จัดสรรเวลาเรียน และเวลาชีวิตได้ดียิ่งขึ้น มีเวลากับครอบครัวหรือทำกิจกรรมที่สนใจได้มากขึ้น
ไม่เพียงเท่านั้นยังทำให้เข้าถึงหลักสูตรการเรียนที่ดีและทั่วถึงมากขึ้น
แต่ในบรรดาข้อดีทั้งหลายที่เราอาจค้นพบ ก็จะเห็นได้ว่า การจะเรียนออนไลน์ให้ได้ผล เรียนให้รู้เรื่อง และสิ่งที่ดีที่สุด คือ ให้นักเรียนรู้สึกสนุกและประสบผลสำเร็จ ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่าย
แต่อะไรก็ตามที่เป็นสิ่งใหม่ ก็ย่อมต้องให้เวลาในการปรับตัว เพียงแค่การเรียนมันอาจไม่ได้เริ่มต้นด้วยความอยากทำของตัวเราเอง หรือสนุกเหมือนกิจกรรมอื่นๆ
เอาล่ะ... เรามาดูกันว่ามีเทคนิคใดบ้างจะมาช่วยเราในเรื่องนี้
1. เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม
ก่อนเริ่มเรียนตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าสามารถเข้าถึงสื่อการเรียนการสอนที่จำเป็น และรู้วิธีการใช้เครื่องมือออนไลน์เพื่อเรียนในหลักสูตรได้แล้ว หากยังไม่ได้ ให้คุณพยายามศึกษาข้อมูล และฝึกฝนการใช้เครื่องมือให้เป็น เพื่อให้สามารถเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่เสียเวลามาหาวิธีเปิด วิธีใช้ขณะเรียน เครื่องเขียน โต๊ะ เก้าอี้ ไฟ หนังสือ อุปกรณ์ชาร์จไฟ หูฟัง ไมโครโฟน ตามความเหมาะสมและจำเป็น
2. จัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับการเรียน
จัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะต่อการเรียนรู้ เพราะแต่ละคนเรียนรู้ได้ดีในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันไป
บางคนเรียนรู้ได้ดีหากมีดนตรีเปิดคลอเบา ๆ แต่บางคนเรียนรู้ได้ดีในพื้นที่เงียบสงบ ไม่มีเสียงมารบกวน [ในกรณีเรียนกับวีดีโอส่วนตัวนะคะ]
และตรวจเช็คพื้นที่ทีคุณต้องการเรียนให้ดีว่าสามารถเชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตได้อย่างลื่นไหล ไม่ติดขัด ไม่ว่าจะเป็นในห้องนอน สวนหน้าบ้าน ห้องครัว หรือห้องทำงาน
กำจัดสิ่งรบกวนบนหน้าจอโดยการ บล็อกเว็บไซต์โซเชียลมีเดียที่อาจแย่งชิงความสนใจของเราในระหว่างการเรียน ปิดการแจ้งเตือนมือถือ
เตรียมน้ำหรือขนมเสบียงของเราให้พร้อม [อันนี้ถือว่าสำคัญที่สุด ^^]
จัดโต๊ะให้เป็นระเบียบ และน่าเรียนอย่างที่อยากให้เป็น ช่วยได้เยอะนะเชื่อสิ !
3. พยายามนึกให้ออกว่าช่วงเวลาใดสามารถเรียนรู้ได้ดีที่สุด
เมื่อได้สถานที่ และสภาพแวดล้อมที่เหมาะแล้ว การเลือกช่วงเวลาในการเรียนก็สำคัญเช่นกัน หากอยู่ที่บ้านในช่วงเช้าแล้วเวลานี้เป็นช่วงเวลาสำหรับครอบครัวซึ่งอาจทำให้ถูกดึงความสนใจโดยพ่อแม่ หรือพี่น้องของเรา ก็ให้ลองปรับเปลี่ยนเวลาเรียนมาเป็นในช่วงบ่าย หรือช่วงคำแทนเป็นต้น และอย่าลืม ! เลือกช่วงเวลาที่สมองของเราปลอดโปร่ง และพร้อมเรียนรู้ได้ดีด้วยนะคะ และแจ้งให้คนในครอบครัวทราบจะได้ไม่รบกวนเราเวลาเรียนของเราด้วยค่ะ
4. จัดทำตารางเวลา
นอกจากตารางเรียนออนไลน์ ตามกำหนดเวลาในตารางเรียน ที่น้องๆบางคนต้องเข้าเรียนกับคลาสเรียนที่โรงเรียนแล้ว
ยังต้องมีการเรียนพิเศษเสริม เวลาสำหรับการทำการบ้านงานที่ได้รับมอบหมาย และทำกิจกรรมส่วนตัวอื่นๆอีก ดังนั้น การทำตารางเวลาของตัวเอง เป็นสิ่งที่สำคัญมาก !!!
น้องๆหลายคนจะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีเวลา เอ๊ะ! เห็นไหมค่ะ ว่ามันขัดกับข้อดีข้างต้นที่บอกว่า เราจะได้มีเวลามากขึ้นเพราะอย่างน้อยเราไม่ต้องเดินทาง
นั่นแหละค่ะ... เพราะการเรียนออนไลน์ น้องๆต้องจัดสรรชีวิตของตัวเองมากกว่าเดิน จากเดิมที่เคยมีตารางชีวิต (น้องหลายคนไม่ทันสังเกตุในจุดนี้)
วันธรรมดา ตื่นเช้า - กินข้าว - ไปเรียน - กลับบ้าน - ทำการบ้าน/ไปเรียน - พักทำเรื่องส่วนตัว - นอน
วันหยุด ทำกิจกรรมส่วนตัว / กิจกรรมที่สนใจ / ไปเรียนพิเศษ / ทำการบ้าน
เห็นไหมคะ ว่าจริงๆแล้ว มันมีตารางเวลาของเรา เราเลยรู้สึกว่าทุกอย่างมันไม่วุ่นวายไปหมด ไม่มีเวลาทำอะไรให้เสร็จซักอย่าง
ดังนั้น จัดตารางเวลาของตัวเอง ทุกอย่างจะง่ายขึ้นแน่นอนค่ะ
แต่มีตารางแล้วก็ต้องพยายามทำตามตารางด้วยนะคะ
5. มีส่วนร่วม และกระตือรือร้น
เราต้องจำได้ว่าในชั้นเรียนปกติของเรา ความสนุกของการเรียน คือการที่เราได้เจอกับเพื่อน ได้คุยได้ถามคำถามกับคุณครู นั่นแหละค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนแบบไหน การที่เราได้มีส่วนร่วมได้พูดคุย จะทำให้เราไม่รู้สึกเบื่อหน่าย และเรียนออนไลน์ได้สนุกว่าเดิมนะ ลองดูสิ!
6. ติดต่อสื่อสารกับผู้คนอยู่เสมอ
เพียงแค่ไม่ได้อยู่ในสถานที่เดียวกัน ไม่ได้แปลว่าจะไม่สามารถทำความรู้จักหรือพูดคุยกับเพื่อนร่วมชั้นได้ ก็เรากำลังอยู่ในโลกออนไลน์ไม่ใช่หรอ ใกล้กันกว่าที่ตาเห็น จริงไหมคะ ^-^ สร้างปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน และมีส่วนร่วมในบทสนทนาแบบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นแบบออนไลน์ พยายามตอบคำถามเพื่อสร้างความเข้าใจให้ได้มากที่สุด เมื่อเกิดคำถามข้อสงสันตรงไหน อย่าปล่อยเอาไว้ ให้หาคนช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์ ครูผู้สอน หรือเพื่อน ๆ ของเเรา
7. เปิดใจ
บางคนรู้สึกสบายใจที่จะแสดงความคิดเห็นภายในใจเงียบ ๆ คนเดียว มากกว่าการตอบคำถามเพื่อมีส่วนร่วมในห้องเรียนออนไลน์ ซึ่งหากเรามีใจที่เปิดกว้าง สามารถก้าวข้ามผ่าน comfort zone ของเราได้ และพยายามมีส่วนร่วมในห้องเรียน สิ่งนี้จะสามารถช่วยขยายความเข้าใจเกี่ยวกับเนื้อหาของเราได้ และทำให้ได้ความรู้ที่เปิดกว้างมากยิ่งขึ้นอีกด้วย หรือถ้าเราสบายใจที่จะเป็นแบบนี้จริงๆ ก็ทำให้เพื่อนและคุณครูเข้าใจ ด้วยการมีส่วนร่วมในรูปแบบอื่นที่แสดงว่า เรามีความกระตือรือร้นในการเข้าเรียน ทำกิจกรรมอื่นๆ เราก็เคยมีเพื่อนที่ในห้องไม่ค่อยพูดนี่จริงมะ เพียงแค่อย่าให้เรื่องนี้ มาเป็นกำแพงของเราและคิดว่าเราไม่เหมาะกับการเรียนออนไลน์เอาซะเลยก็พอ
8. ถามคำถาม
ไม่ว่าเราจะเป็นคนพูดเก่ง หรือไม่ค่อยพูดก็ตาม เราต้องไม่ลังเลที่จะถามคำถาม เรื่องที่เราไม่เข้าใจ เรารู้ดีอยู่แล้วว่าบางที ไม่รู้เรื่องนิดนึง คือ จบ... พังไปทั้งบท หรือบางทีทั้งเทอม เพราะฉะนั้นอย่าทิ้งข้อสงสัยเอาไว้ ถ้าไม่กล้าถามครูในชั้นเรียน มาถามนอกรอบหรือ สร้างกลุ่มกับเพื่อนเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ หรือถาม-ตอบ ในประเด็นที่สงสัยก็จะช่วยให้การเรียนของเราง่ายดายมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย
9. มีความรับผิดชอบต่อตัวเอง
ตั้งเป้าหมายตั้งแต่ต้นภาคเรียน หรือก่อนเริ่มเรียนครั้งแรก และตรวจสอบกับตัวเองทุกสัปดาห์ว่าคุณว่าคุณได้ทำตามแพลน หรือตารางที่จัดไว้หรือเปล่า เนื่องจากการเรียนแบบนี้จะไม่มีคุณครู หรือเพื่อน ๆ มาเตือนให้เราเข้าเรียนแล้ว เพราะฉะนั้นจำเป็นต้องมีความรับผิดชอบต่อตัวเองสูงมากถึงมากที่สุด ถ้าหากไม่สามารถควบคุมตัวเอง หรือเตือนตัวเองให้ทำตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ได้จริง ๆ อาจขอความช่วยเหลือจากพ่อแม่ จากเพื่อน พี่น้องให้ช่วยเตือนฉันที่ ลากๆกันไป จบไว้กว่าเดินนะเออ
นั่นแหละค่ะ! บางเรื่องพูดไปก็เหมือนง่าย พอทำจริงก็อีกเรื่อง
ทุกอย่างเริ่มต้นที่ตัวเราค่ะ ดูซีรี่ย์ข้ามคืนยังได้เลยเนอะ คิดซะว่าเราเป็นนางเอกซีรี่ย์ไปซะเลย สร้างชีวิตตัวเองให้สำเร็จได้ดังฝันดูค่ะ เรื่องของเราสนุกสุดแล้ว
ปฏิทินรับสมัครนักเรียน ม.1 และ ม.4 ปีการศึกษา 2568 NEW!
กำหนดการสอบโอเน็ต 2568 (O-Net) ป.6 ม.3 และ ม.6
รวมข่าวสอบสอบพรีเทส เข้า ม.1 และ ม.4 ปี 2568
25 ธ.ค. 2563
14 มี.ค. 2565
22 ก.พ. 2564